Home : Hope of Ayutthaya Church Cool Contents 10คำทำนาย"วันสิ้นโลก"
10คำทำนาย"วันสิ้นโลก"
User Rating: / 0
PoorBest 
Written by manageronline   
Friday, 04 December 2009 11:45
There are no translations available.

10 คำทำนาย "วันสิ้นโลก" (ที่ไม่เห็นจะเกิดขึ้นจริง)
 

อิทธิพลของภาพยนตร์ที่ว่าด้วยวันสิ้นโลกในปี 2012
ชวนให้หลายคนพูดถึงหายนะของมนุษยชาติ ที่จะจบสิ้นในอีก 3
ปีข้างหน้าอย่างออกรสออกชาติ
แต่นอกจากคำทำนายถึงวันสุดท้ายของโลกจากชนเผ่ามายาแล้ว
ยังมีอีกหลายคำพยากรณ์ก่อนหน้านี้ซึ่งไม่เกิดขึ้นจริง

      - ปี 1806 สัญญาณสิ้นโลกจากแม่ไก่

      ในประวัติศาสตร์มีผู้คนจำนวนมากที่อ้างว่า
พระเยซูคริสต์กำลังจะกลับคืนสู่โลกอีกครั้ง
และเหตุการณ์ที่ถือเป็นการส่งสัญญาณของการกลับคืนคือ ที่เมืองลีดส์
ประเทศอังกฤษมีแม่ไก่ออกไข่ที่เรียงเป็นประโยคว่า
"พระคริสต์กำลังจะปรากฏ"
และเมื่อข่าวเกี่ยวกับความน่าอัศจรรย์นี้แพร่กระจายออกไป
ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มเชื่อว่า วาระสุดท้ายของโลกกำลังใกล้เข้ามา
จนกระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งเกิดกังขา ได้สังเกตดูการวางไข่
จนพบว่ามีบางคนที่พยายามสร้างเรื่องหลอกลวงนี้ขึ้น

      - 23 เม.ย.1843 กำหนดวันพระเจ้าทำลายโลก

      ชาวนาผู้หนึ่งที่นิวอิงแลนด์นามว่า วิลเลียม มิลเลอร์ (William
Miller) ได้ใช้เวลาศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิลอย่างจริงจัง
และได้สรุปว่าพระเจ้าทรงเลือกวันที่จะทำลายล้างโลกว่า อยู่ระหว่างวันที่
21 มี.ค.1843 -31 มี.ค. 1844

      เขาสั่งสอนผู้คนมากมายพร้อมๆ
กับการตีพิมพ์สิ่งที่เขาสอนเพื่อเผยแพร่ จนมีสาวกที่รู้จักกันในนาม
"มิลเลอไรท์ส" (Millerites) อยู่หลายพันคน
และเหล่าสาวกนี้ก็ตัดสินให้วันที่ 23 เม.ย.1843 เป็นวันสิ้นโลก
หลายคนขายและมอบสิ่งของที่พวกเขาครอบครองด้วยคิดว่าไม่จำเป็นอีกต่อไป
แต่เมื่อวันที่กำหนดมาถึงแล้วพระเยซูก็ไม่ได้กลับมา
คนเหล่านี้ก็สลายกลุ่มกันไป แต่บางคนก็ออกไปตั้งกลุ่มใหม่ "เซเวนธ์ เดย์
แอดเวนทิสต์" (Seventh Day Adventists)
ที่ยังคงรอคอยการกลับมาของพระเยซูอีกครั้ง

      - ปี 1891 วันสิ้นโลกของชาวมอร์มอน

      โจเซฟ สมิธ (Joseph Smith) ผู้ก่อตั้งนิกายมอร์มอน (Mormon
church) ได้เรียกประชุมผู้นำนิกายของเขาในปี 1835 เพื่อบอกว่า
เขาเพิ่งสนทนากับพระผู้เป็นเจ้า และระหว่างการสนทนานั้นเขาได้รับรู้ว่า
พระคริสต์จะกลับมาในอีก 56 ปีนับจากนั้น ซึ่งเป็นการเริ่มต้นจาก
"วันสุดท้าย"

      - ปี 1910ดาวหางฮัลเลย์พาหายนะสู่โลก

      ในปี 1881 นักดาราศาสตร์คนหนึ่งวิเคราะห์สเปกตรัมแล้วพบว่า
หางของดาวหางนั้นมีก๊าซพิษนำความตายที่เรียกว่า "ไซยาโนเจน" (cyanogen)
สิ่งที่เขาค้นพบนั้นไม่ได้รับความสนใจนัก
จนกระทั่งบางคนตระหนักขึ้นได้ว่า โลกกำลังจะผ่านหางของดาวหางฮัลเลย์ในปี
1910 จึงเกิดคำถามว่าทุกๆ คนบนโลกจะถูกอาบด้วยก๊าซพิษดังกล่าวหรือไม่?
จากนั้นมีการใคร่ครวญถึงเรื่องดังกล่าวซ้ำๆ บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์
"เดอะ นิวยอร์กไทม์" และหนังสือพิมพ์อื่นๆ
ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกไปทั่ว
สุดท้ายนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำได้ออกมาอธิบายว่า "ไม่มีอะไรต้องกลัว"

      - ปี 1982 วันพิพากษา

      ในเดือน พ.ค.ของปี 1980 แพท โรเบิร์ทสัน (Pat Robertson)
ผู้สอนศาสนาคริสต์ที่ให้บริการทางสถานีโทรทัศน์และเป็นผู้ก่อตั้งพันธมิตร
คริสเตียน (Christian Coalition)
ได้ทำให้ผู้คนตื่นตกใจเมื่อเขาให้ข้อมูลแก่ผู้ชมรายการทีวี "700
คลับ" (700 Club) ทั่วโลกว่า เขารู้ว่าเมื่อใดที่โลกจะสิ้นสุด
โดยประกาศก้องว่า "ผมรับรองได้ว่าพวกคุณจะจากไปก่อนสิ้นปี 1982
ซึ่งจะมีการพิพากษาโลก"
แต่คำประกาศดังกล่าวก็ขัดแย้งกับคำสอนในพระคัมภีร์ที่ระบุว่า
ไม่มีใครรู้ถึงวันเวลาที่โลกจะสิ้นสุด แม้แต่เหล่าเทวดาบนสวรรค์

      - ปี 1997ประตูสวรรค์เปิด

      เมื่อดาวหางเฮล์-บอพพ์ (Hale-Bopp) ปรากฏในปี 1997
ก็มีข่าวลือว่ายานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวจะติดตามดาวหางมาด้วย
แต่ข้อมูลดังกล่าวถูกปิดบังไว้ แน่นอนว่าองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ
(นาซา) และเหล่านักดาราศาสตร์ตกเป็นจำเลยของข้อกล่าวหาว่าปกปิดข้อมูลนี้

      แม้ข่าวลือดังกล่าวจะถูกปฏิเสธจากนักดาราศาสตร์และใครก็ตามที่มี
กล้องโทรทรรศน์ที่มีความละเอียดพอ
แต่ข่าวลือนั้นก็ยังถูกเผยแพร่ผ่านสื่อวิทยุอยู่ดี และยังทำให้เกิดลัทธิ
"ซานดิเอโกยูเอฟโอ" (San Diego UFO) ซึ่งระบุว่าประตูสวรรค์จะเปิดออก
และกำหนดวันสิ้นโลกที่จะกำลังใกล้เข้ามา และสมาชิกของลัทธิ 39
คนก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายในวันที่ 26 มี.ค.1997

      - เดือน 7 ปี 1999 คำทำนายแห่งนอสตราดามุส

      ข้อความที่เขียนขึ้นด้วยภาษายากๆ และใช้การเปรียบเทียบของ มิเชล
เดอ นอสตราดาม (Michel de Nostrdame) หรือนอสตราดามุส
ก่อให้เกิดความสนใจจากผู้คนเป็นเวลากว่า 400 ปี
โดยงานเขียนของเขาที่ตีความได้หลากหลายนั้น ถูกนำไปแปลแล้วแปลอีก
ในรูปแบบที่แตกต่างกันหลายสิบรูปแบบ
และหนึ่งในการตีความที่โด่งดังที่สุดคือ "ปี 1999 เดือนที่ 7
เจ้าแห่งความสยองขวัญจะมาจากฟ้า"
และผู้ที่ศรัทธาในนอสตราดามุสได้ขยายความตื่นตระหนกนี้ออกไปว่า
เป็นวันสิ้นสุดของโลก

      - "วายทูเค" โลกป่วน-คอมพ์รวนรับสหัสวรรษใหม่

      ในช่วงที่ปลายศตวรรษก่อนใกล้จะสิ้นสุดลง
ผู้คนจำนวนมากเริ่มวิตกกังวลว่า คอมพิวเตอร์อาจนำหายนะมาสู่โลก
เป็นหายนะที่ทุกคนเรียกกันว่า "วายทูเค" (Y2K) ซึ่ง Y เป็นคำย่อมาจาก
"Year" และ 2K เป็นสัญลักษณ์ของปี 2000 ที่ K หมายถึง "กิโล" (Kilo)
ในภาษากรีกที่มีค่าเท่ากับ 1,000

      ปัญหาของวายทูเค ถูกตั้งข้อสังเกตครั้งแรกเมื่อต้นทศวรรษ 1970 ว่า
คอมพิวเตอร์จำนวนมากอาจไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างปี 2000 และ 1900
ได้ ไม่มีใครแน่ใจเลยว่านั่นจะเกิดอะไรขึ้น
แต่หลายคนก็ชี้ให้เห็นหายนะใหญ่หลวงที่อาจจะเป็นได้ทั้งไฟดับครั้งใหญ่
ไปจนถึงหายนะทำลายโลกจากนิวเคลียร์
แต่สหัสวรรษใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นด้วยความขลุกขลักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

      - 5 พ.ค.2000 น้ำแข็งแอนตาร์กติกถล่มโลก

      แม้กรณี "วายทูเค" ไม่ได้แผลงฤทธิ์มากนัก แต่หนังสือ "น้ำแข็ง
5/5/2000 : ภัยพิบัติขั้นสูงสุด" (5/5/2000 Ice: the Ultimate Disaster)
ที่เขียนขึ้นโดย ริชาร์ด นูน (Richard Noone) เมื่อปี 1997
ก็สร้างความตื่นตระหนกได้อีกครั้ง ซึ่งเขาระบุว่า
น้ำแข็งจากทวีปแอนตาร์กติกปริมาณมหาศาลที่มีความหนาถึง 5 กิโลเมตรนั้น
จะทำให้โลกถึงหายนะไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามก่อนวันที่ 5 พ.ค.2000

      - ปี 2008 ผู้หยั่งรู้ทำนายโลกสิ้นสุดก่อนฤดูใบไม้ร่วง

      จากหนังสือ "2008: พยานรู้เห็นคนสุดท้ายของพระเจ้า" (2008: God's
Final Witness) ของ โรนัลด์ ไวน์แลนด์ (Ronald Weinland)
ผู้นำนิกายคริสตจักรแห่งพระผู้เป็นเจ้า (God's Church) ที่เขียนเมื่อปี
2006 ว่า วันสุดท้ายของโลกมาถึงเราอีกครั้ง โดยหนังสือดังกล่าวประกาศว่า
ผู้คนหลายร้อยล้านคนจะต้องเสียชีวิตก่อนสิ้นปี 2006
ทั้งนี้ผู้คนมีเวลามากสุดเพียง 2 ปีที่เหลืออยู่
ก่อนที่โลกจะเปลี่ยนไปสู่ช่วงเวลาอันเลวร้ายที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษย์

      "ก่อนฤดูใบไม้ร่วงในปี 2008 สหรัฐฯ
จะพังทลายด้วยอำนาจทำลายล้างของโลก และจะไม่มีชนชาติใดเหลือรอด"
ข้อความในหนังสือระบุ โดยที่โรนัลด์ ไวน์แลนด์
ยกตัวเองให้เป็นผู้หยั่งรู้ของพระเจ้า

---------------------------------------------------------------------------------

ความเห็นเพิ่มเติม
แนวคิดเรื่องวันสิ้นโลกนั้นแม้มีการปฏิเสธมากมาย และมีผู้พยากรณ์เท็จมากมายมากล่าวก่อนหน้านี้ แต่ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวอย่างชัดเจนว่า จะมีวันสุดท้ายอย่างแน่นอน แต่เป็น " วันและโมงที่ไม่มีใครรู้ "

 

Online Worship

เนื้อหาที่ใกล้เคียง

We have 1584 guests online
Create an account
Contact
Login

Login



Register

Create an account

Question

Contact



CO.CC:Free Domain