Home : Hope of Ayutthaya Church Christian Articles ข้อคิดวาเลนไทน์วันแห่งความรัก
ข้อคิดวาเลนไทน์วันแห่งความรัก
User Rating: / 1
PoorBest 
Written by thaisermons   
Thursday, 11 February 2010 12:07
There are no translations available.

ฉันรักเธอ

                           ฉันรักเธอ!

      “เป็นเรื่องโง่มากที่ใครหลายคนมักนิยมใช้รหัสผ่าน(Password) เหล่านี้ เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของตนเอง และพอๆกับคุณผู้หญิงที่ชอบใช้พาสเวิร์ด Princess นั่นเป็นข้อผิดพลาดอย่างแรง เป็นการเปิดทางให้มิจฉาชีพฉกเข้าไปในข้อมูลส่วนตัวอันมีค่าและเอาไปกระทำทุจริต หรือมาเอาทรัพย์สินส่วนตัวของเราไปเป็นของเขาแบบง่ายๆ”

                123456
                2345
                123456789
                Password
                Iloveyou
                Princess
                Rockyou
                1234567
                12345678
                Abd123
                นี่เป็นพาสเวิร์ด “ยอดแย่” ของอีเมลที่ผู้คนส่วนมากชอบใช้กัน!
                “เป็นเรื่องโง่มากที่ใครหลายคนมักนิยมใช้รหัสผ่าน(Password) เหล่านี้ เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของตนเอง และพอๆกับคุณผู้หญิงที่ชอบใช้พาสเวิร์ด Princess นั่นเป็นข้อผิดพลาดอย่างแรง เป็นการเปิดทางให้มิจฉาชีพฉกเข้าไปในข้อมูลส่วนตัวอันมีค่าและเอาไปกระทำทุจริต หรือมาเอาทรัพย์สินส่วนตัวของเราไปเป็นของเขาแบบง่ายๆ”
นี่เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์ และยังบอกต่อไปอีกว่า ในปีที่ผ่านมามีบรรดาแฮกเก้อร์เข้าไปล้วงความลับจาก ๓๒ ล้านพาสเวิร์ด!
                เพราะพวกคนเคราะห์ร้ายแหล่านี้พากันตั้ง “พาสเวิร์ด”ง่ายเกินไป จนพวกทุรชนเดาทางถูก!
                ผมไม่มีความคิดเห็นเรื่องนี้ครับ เพราะตนเองก็เคยใช้รหัสโง่ๆแบบนี้เหมือนกัน เมื่อครั้งที่ไปเปิดบัญชีออม ทรัพย์กับธนาคารแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ และทำบัตร ATM ด้วย ในบัตรนั้นบอกว่าให้ไปเปลี่ยนรหัสทันที ผมก็ตรงดิ่งไปที่ตู้ส่เหลี่ยมและเปลี่ยนรหัสเป็น 7890 (และกดซ้ำอีกครั้ง) ที่ผมใช้หมายเลขนี้ก็อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญบอกไว้นั่นแหละ คือ มันจำง่ายดีครับ!
                ในบรรดาพาสเวิร์ดยอดแย่ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น มีรหัสหนึ่งที่ผมชอบมากคือ I LOVE YOU หรือ “ฉันรักเธอ” ช่างเหมาะเจาะสำหรับในช่วงวาเลนไทน์นี้เหลือเกิน (คุณว่าไหม?) ทำให้คิดถึงเพลงชีวิตคริสเตียนบทที่ ๑๒๓ ซึ่งมีเนื้อร้องโบราณๆตอนหนึ่งว่า
                “ความรักวิเศษเหนือรักอื่นใด
                พระสวรรค์ไหลล้นลงมา
                เชิญประทับในดวงใจของข้า
                คุ้มครองด้วยพระกรุณา
                โอ พระเยซูผู้ทรงเมตตา
                บริสุทธิ์และทรงพระคุณ
                ขอประทานความรอดมาค้ำจุน
                หนุนใจบรรดาผู้รอคอย”
                เพลงนี้ควรจะร้องในเทศกาลวาเลนไทน์วันแห่งความรัก (บางคนบอกว่า ล้าสมัยไปแล้ว) 
“คนทั่วไปรู้จักกับคริสเตียนในลักษณะของศาสนาแห่งความรัก เวลาที่มีการประกาศหรือเป็นพยานมักจะยกข้อพระคัมภีร์ยอห์น ๓.๑๖ “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก...” มากล่าวอ้างอยู่เสมอ ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น               
                 เยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะได้กล่าวว่า “พระเจ้าทรงปรากฏแก่เขาจากที่ไกลตรัสว่า เราได้รักเจ้าด้วยความรักนิรันดร์ เพราะฉะนั้นเราจึงมีความรักมั่นคงต่อเจ้าสืบไป” (ยรม. ๓๑.๓) เมื่อศึกษาดูพระคัมภีร์อย่างละเอียดในเรื่องเกี่ยวกับความรักแล้ว ก็จะพบว่า มันไม่ใช่เกิดขึ้นจากอารมณ์ แต่เกิดขึ้นจาก “ความตั้งใจ”
                พระเจ้าทรงตั้งพระทัยที่จะรักมนุษย์ มิใช่เพราะมนุษย์เป็นคนสวยคนงาม น่ารัก ดีเด่อะไร หรือไม่มีข้อผิดพลาดเลย แต่พระคัมภีร์บอกอย่างชัดเจนว่า มนุษย์เป็นคนบาปและขาดจากพระสิริของพระเจ้า (รม. ๓.๒๓) เปาโลบอกว่า ในขณะที่เป็นเราเป็นคนบาป และตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระองค์นั้น “แต่พระเจ้าได้ทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา” (รม.๕.๘)
                รักแท้คือการเสียสละ!
                วิลเลียม บาร์คเล่ย์ (William Barclay) ได้อธิบายภาษากรีกในคำว่า “ความรัก” (agape) ดังนี้ “อากาเพเกี่ยวข้องกับความคิด ไม่ใช่อารมณ์ซึ่งเกิดขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ในจิตใจของเราอย่างเดียว แต่เป็นหลักการที่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่ายินดีที่จะมีชีวิตอยู่ตามนั้น  ความรัก(อากาเพ)เกี่ยวข้องโดยตรงกับความตั้งใจ เป็นการเข้าครอบครอง มีชัยชนะ และประสบความสำเร็จ ตามธรรมชาติแล้วไม่มีใครหรอกจะรักศัตรู แต่การสามารถรักศัตรูได้นั้น เป็นการมีชัยชนะเหนือธรรมชาติฝ่ายต่ำของเราทั้งมวล”
                มธ. ๕.๔๓-๔๘ พระเยซูคริสต์ได้ทรงสั่งให้รักศัตรูของเราใช่ไหม?  เพื่อเราจะเป็นคนดีรอบคอบเหมือนอย่างพระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์ พระเจ้าผู้ประทานแดดฝนให้ทั้งคนชอบธรรมและคนอธรรม คนดีหรือคนชั่วได้รับอย่างเสมอหน้ากัน ไม่ว่ามนุษย์คนนั้นจะเป็นอย่างไร พระเจ้าก็ทรงยังประทานสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เขาเสมอ
พระองค์มิได้ปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน (เหมือนนักการเมืองไทย)
                พูดอย่างง่ายๆก็คือ ประการแรก พระเจ้าได้ตรัสอยู่ตลอดว่า “I LOVE YOU”  (ไม่เฉพาะแต่ในวันวาเลนไทน์เท่านั้น!) ประการที่สอง พระเจ้าทรงปรารถนาให้เรารักตอบสนองความรักของพระองค์ และประการที่สามพระองค์ทรงต้องการให้เรารักคนอื่นด้วย ในพระคัมภีร์บอกอย่างชัดเจนว่า “ความรักของเราที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั้นมาโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์” (กท. ๕.๒๒, รม. ๑๕.๓๐, คส. ๑.๘)
                บาร์คเลย์บอกต่อไปว่า “พระเจ้าทรงรักมนุษย์ (ยน. ๓.๑๖) และเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะรักพระเจ้า (มธ. ๒๒.๓๗) สาระสำคัญของความเชื่อคริสเตียนคือรักพระเยซู (อฟ. ๖.๒๔) และเครื่องหมายของชีวิตคริสเตียนคือ ความรักที่เรามีต่อกัน (ยน. ๑๓.๓๔)”
                พอถึงวาเลนไทน์วันแห่งความรัก หนุ่มสาวหลายคนคิดว่าจะได้รับอะไรเป็นของขวัญ ดอกกุหลาบ? ชอคโกแลท? มือถือ/ไอโฟน? รถเก๋ง? หรือการถูกขอแต่งงาน? (แต่หญิงสาวบางคนแทนที่จะได้กลับเสียตัว)
แต่ถ้าเขาคนนั้นเข้าใจในความรักอย่างแท้จริงแล้ว ก็จะคิดเสียใหม่ว่า “ฉันจะให้อะไร” เพราะมีกฎอยู่ว่า การให้คือการรับ ดังที่พระเยซูตรัสว่า “การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ” (กจ. ๒๐.๓๕)
                ดร.ประเวศน์ คิดอ่าน ได้เล่าเรื่องหนึ่งซึ่งน่าประทับใจมาก มีชายชาวนาคนหนึ่งอยากจะแบ่งวัว ๑๗ ตัว
ให้แก่ลูกชาย ๓ คน โดยคนแรกจะได้รับ ๑/๒ (ครึ่งหนึ่ง) ลูกชายคนที่สองจะได้ ๑/๓ (หนึ่งในสาม) และลูกคนสุดท้องจะได้ ๑/๙ (หนึ่งในเก้า)
ถามว่าลูกแต่ละคนจะได้วัวคนละกี่ตัว?
                ตามหลักคณิตศาสตร์แล้วไม่สามารถที่จะแบ่งลงตัวได้ ไม่ว่าจะหาทางอย่างไรก็คิดไม่ตก เป็นไปไม่ได้เลย ขณะที่กำลังวุ่นวายเกี่ยวกับการแบ่งสันปันส่วนอยู่นั้น ก็มีเพื่อนบ้านใจดีคนหนึ่งมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยความรัก จึงมอบวัวให้ครอบครัวนี้ ๑ ตัว
                ก็เป็นอันว่าขณะนี้ชาวนามีวัวอยู่ ๑๘ ตัว ลูกชายคนโตได้รับครึ่งหนึ่ง (๑/๒) ก็ได้วัวไป ๙ ตัว ลูกชายคนกลางได้วัวไป ๖ ตัว (๑/๓) ส่วนลูกชายคนที่สามได้วัวไป ๒ ตัว (๑/๙) เป็นการแบ่งลงตัวเป๊ะโดยไม่ต้องฆ่าวัวเลย ปัญหาการแบ่งสมบัติของครอบครัวนี้จึงจบลง
                แต่จริงๆแล้วมันยังไม่จบ!
                เพราะเมื่อเอาจำนวนวัวที่ลูกชายแต่ละคนได้รับไปมารวมกัน มันก็เท่ากับวัว ๑๗ ตัว (คือ ๙ + ๖ + ๒ = ๑๗) ตามจำนวนเดิมที่มาอยู่ ดังนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจนำวัวที่เหลืออยู่ ๑ ตัวไปคืนให้แก่เพื่อนบ้านผู้ใจดีคนนั้น!
                ผู้อ่านครับ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกับ “ความรัก” ที่เรามีอยู่
                เมื่อเราแบ่งปันแก่คนอื่น ความรักนั้นจะย้อนกลับมาหาเราเอง
                ในเทศกาลวาเลนไทน์วันแห่งความรักนี้  จงเลียนแบบอย่างจากพระเยซูคริสต์ คือ อย่าเรียกร้องหาความรัก แต่จงให้มันแก่อื่นก่อน แล้วท่านจะได้รับความรักนั้นด้วย.
ที่มา:thaisermons.com

 

Online Worship

เนื้อหาที่ใกล้เคียง

We have 1314 guests online
Create an account
Contact
Login

Login



Register

Create an account

Question

Contact



CO.CC:Free Domain