| ประวัติเพลงคริสต์มาส |
| Written by gracezone | |||
| Tuesday, 22 December 2009 14:24 | |||
|
There are no translations available. ประวัติความเป็นมาเท่าที่สามารถจะค้นพบจากสิ่งที่อ้างอิงได้ คือในสมัยศตวรรษที่ 5 ว่าบรรดาบาทหลวง หรือบุคคล ทั่วๆ ไป มีการขับร้องบทเพลงคริสต์มาส เป็นภาษาลาติน ลักษณะของบทเพลงก็จะเป็นแบบที่เรียบง่ายแต่สง่างาม โดยบรรยากาศของบทเพลงจะเปี่ยมไปด้วยความหวังและความชื่นชมยินดีแสดงถึงการ เสด็จมาของพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดที่เรามนุษย์กำลังรอคอยด้วยหัวใจที่จดจ่อ และหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ต่อมาในศตวรรษที่ 12 บาทหลวงฟรังซิสแห่งอัสซีซีและคณะนักบวชคณะฟรังซิสกัน ได้ส่งเสริมสนับสนุน บทเพลงแห่งวันคริสต์มาสให้มีความสง่างาม ความร่าเริง และความชื่นชมยินดีในโอกาสวันคริสต์มาสเสมือนเป็นวิวัฒนาการของบทเพลง วันคริสต์มาส ให้มีชีวิตชีวา พร้อมทั้งเริ่มใช้เป็นภาษาพื้นเมืองมากขึ้น หลังจากนั้นมาในศตวรรษที่ 17 บุคคลทั่วไปก็ได้เริ่มร้องเพลงคริสต์มาสกันอย่างแพร่หลายขึ้นมาอีกจึงทำให้ บทเพลงคริสต์มาสที่เริ่มใช้ในโบสถ์หรือในพิธีกรรมของคริสตชนก็ได้แพร่หลาย ออกไปมีการร้องตามลานสาธารณะ หรือตามบ้านบทเพลงก็มีการแต่งเพิ่มเติมโดยให้ความหมายของบรรยากาศของคริสต์มาสทั่วไปซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับบทเพลงในพิธี จนมาถึงสมัยศตวรรษที่ 19-20 และจนถึงปัจจุบันนี้ บทเพลงคริสต์มาสก็มีการเพิ่มเติมสีสันมากขึ้นอย่างที่เราได้สัมผัสจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงบุคคลในพระคัมภีร์ ความหมายบรรยากาศทั่วๆ ไป หรือการเตรียมจิตใจสำหรับวันคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงหรือแม้กระทั่งเพิ่มตัวบุคคลอย่างเช่น ซานตาคลอสเข้าไป ซึ่งแท้ที่จริงก็ไม่ได้มีส่วนในเหตุการณ์ของประวัติศาสตร์ของพระเยซูเจ้าอย่างไร แต่อย่างไรก็ดีก็ยังสะท้อนถึงความหมาย ถึงจิตใจแห่งวันคริสต์มาส องค์พระกุมารเยซูที่ลงมาประทับอยู่ท่ามกลางเรา พระองค์เป็นองค์ความหวังที่จะนำสันติสุข ความรักและการช่วยให้รอดที่มนุษย์กำลังรอคอยมาสู่จิตใจของเรา ให้เรามีจิตตารมณ์แห่งความรัก และการแบ่งปันซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ องค์พระเยซูเจ้าก็ยังคงเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดอยู่นั่นเอง ตัวอย่างของบทเพลงที่ช่วยสื่อความหมายของวันคริสต์มาส 1. บทเพลงที่สื่อถึงความหมาย และถ่ายทอดความรู้สึกถึงความเปี่ยมสุขและสันติในจิตใจ ตัวอย่างเช่น - เพลง Adeste Fideles (O come, all ye faittful) เข้าใจว่าคงจะมีการใช้ร้องมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 แล้วต่อมาในศตวรรษที่ 17 ก็นำมาขับร้องกันอย่างแพร่หลายทั่วไป ซึ่งเป็นบทเพลงภาษาลาตินที่เก่าแก่ที่ใช้มาถึงปัจจุบันผู้แต่งเนื้อเพลงเราไม่ทราบว่าใครเป็นคนแต่งแต่ผู้แต่งทำนองก็คือ John Reading เป็นชาวอังกฤษและที่แปลเป็นเนื้อร้องภาษาไทยที่เราร้องกันอยู่จนถึงทุกวันนี้คือเพลง "ขอเชิญท่านผู้วางใจ" 2.บทเพลงที่สื่อถึงพระสัญญาของพระเจ้าต่อมนุษย์ - บทเพลง O Holy Night (เพลงโอ้คืนศักดิ์สิทธิ์) หรือเพลง O come, O come Emmanuel (เพลงเชิญเถิดเอ็มมานูเอล) 2 บทเพลงนี่ก็เป็นการสื่อความหมายถึงการเสด็จมาของพระเยซูเจ้าท่ามกลางเรา ในท่ามกลางความมืดมิดของโลกมนุษย์ พระเยซูทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เป็นเสมือนแสงสว่างที่นำความหวังและความหมายมาสู่โลกมนุษย์ของเรา 3.บทเพลงที่สื่อถึงความสงบเงียบ แต่เปี่ยมด้วยความหวังและความศักดิ์สิทธิ์ของค่ำคืนคริสต์มาส - ตัวอย่างเช่น บทเพลง Silen night ; Holy Night แต่งขึ้นประมาณศตวรรษที่ 19 เนื้อหาของเพลงก็จะเป็นบรรยากาศยามค่ำคืนที่มืดมิดแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นแห่งความหวัง ความงดงามแห่งความหวังความสงบและสันติจึงเป็นค่ำคืนที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งคริสต์มาส ให้เรามาเตรียมร้องเพลงคริสตมาสเพื่อต้อนรับเทศกาลคริสตมาสกันดีกว่า สุขสันต์วันคริสตมาสครับ
ที่มา : ข่าวคริสตชน
|